น้ำมันปลา ( Fish Oil ) มีดีกว่าแค่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

พบกับเหตุผลที่ว่า ทำไมคุณต้องกิน น้ำมันปลา ทำไมคนทั่วไป ถึงไม่กิน Fish Oil รวมถึงวิธีการเลือกซื้อน้ำมันปลา ได้ที่นี่

Fish Oil จะกินไปเพื่ออะไร

น้ำมันปลา

น้ำมันปลานั้น ไม่ใช่น้ำมันตับปลา อย่างที่คนส่วนใหญ่ เข้าใจผิด เพราะน้ำมันปลานั้น โดยปกติจะสกัดจาก เนื้อ หนัง หัว และหาง ของปลาทะเลน้ำลึก ที่อาศัยอยู่น่านน้ำ ในเขตหนาว มนุษย์เราค้นพบน้ำมันปลาได้ โดยบังเอิญ ในปี 1976 จากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตวิถีชีวิตของชาวเอสกิโม

และพบว่า ชาวเอสกิโมนั้น มีระดับไขมันในเส้นเลือดที่ต่ำ และไม่มีปัญหาที่ตามมาจากโรคในระบบหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ เป็นต้น ผิดกับ ชาวเดนมาร์กที่อาศัยอยู่ ไม่ไกลจากกันเท่าไหร่ แต่ผลการตรวจเลือดกลับเป็นตรงกันข้าม ชาวเดนมาร์กมีปัญหาในระบบหลอดเลือดมาก

Fish oil

สิ่งที่ต่างกัน สำหรับกลุ่มคน 2 กลุ่มนี้ คือ เรื่องของอาหารการกิน ชาวเอสกิโมนั้น เลี้ยงชีพด้วยการจับปลา จึงกินปลาเป็นหลัก ขณะที่ชาวเดนมาร์ก ก็กินอาหารเหมือนกับคนทั่วๆ ไป บนโลก นั่นคือ กินเนื้อสัตว์ และนม และอีก 4 ปีต่อมา ในปี 1980 ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ก็สอดคล้องกับที่เคยพบ ในชาวเอสกิโม

นั่นคือ ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในหมู่บ้านชาวประมง มีไขมันในเลือดต่ำกว่า ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมาก จึงทำให้มีการวิจัยถึง คุณสมบัติ และคุณประโยชน์ของน้ำมันปลา อย่างจริงจัง จึงพบว่าในน้ำมันปลา มีสาร Omega 3 และ Omega 6 สูง ซึ่งสาร 2 ตัวนี้ มีประสิทธิภาพในการป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ เป็นต้น

และน้ำมันปลา ยังมีสาร DHA สูง ซึ่งสาร DHA เป็นส่วนหนึ่งของเซลล์สมอง และเซลล์ประสาท ที่มีผลต่อ สติปัญญา หากร่างกายขาด DHA จะทำให้เซลล์สมอง และเซลล์ประสาท ขาดประสิทธิภาพไปด้วย เด็กจึงควรได้รับ DHA ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของสมอง

ในขณะที่ผู้ใหญ่ ก็ต้องการ DHA สูงเช่นกัน เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต ของปลายประสาท ของเซลล์สมอง ซึ่งทำหน้าที่ ถ่ายทอดสัญญาณ และผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน ทำให้สมองทำงานดีขึ้น หากกินอาหารที่มี DHA จำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สัดส่วนของ DHA ในสมองสูงขึ้น ความเครียดจะลดลง และสมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้สูงอายุ จะเกิดภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ได้ง่ายกว่า คนในวัยอื่นๆ โดยไม่ทราบแน่ชัดว่า เกิดจากสาเหตุอะไร แต่จากการทดลอง โดยการให้ DHA แก่ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ใน ประเทศญี่ปุ่น พบว่าความสามารถในการคำนวณ ความสามารถในการตัดสินใจ ดีขึ้น โดยกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับ DHA เป็นเวลา 6 เดือนจะมีอาการที่ดีขึ้น มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ DHA อย่างชัดเจน

ฉะนั้น น้ำมันปลาจึงเป็นอาหารเสริม ที่ควรค่าแก่การกิน เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ามี Omega 3 และ Omega 6 ที่ช่วยป้องกัน ในเรื่องโรคเสื่อมต่างๆ ที่เกี่ยวกับหลอดเลือด เช่นหลอดเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ เป็นต้น และมี DHA ที่ช่วยบำรุงสมอง และเส้นประสาท ลดความเครียด และป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ได้อีกด้วย

>>> สนใจอาหารเสริม ดูแลสุขภาพของ Deeyium.com คลิ๊กที่นี่ <<<

ทำไมคนทั่วไปถึงไม่กิน น้ำมันปลา ( Fish Oil )

Fish Oil

มีความเชื่อหลายความเชื่อ ที่คนทั่วไปคิด และมองว่า น้ำมันปลาไม่น่าจะเป็นอาหารเสริมที่ดี และจำเป็น รวมไปถึงบางคนมองว่า มันไม่น่ากินด้วย เพราะว่าบางคนคิดว่าน้ำมันปลา มันล้างหลอดเลือดมากจนเกินไป จนหลอดเลือดบาง

หรือด้วยความที่มันมาจากปลาทะเลน้ำลึก ที่มีขนาดใหญ่ เลยคิดว่ามันจะต้องมีสารตกค้างมาก เพราะอยู่บนสุด ของห่วงโซ่อาหาร และบางคนก็มองว่า เค้าแพ้อาหารทะเล น่าจะกินน้ำมันปลาไม่ได้ อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกาย เราจะมาตีแผ่ความเชื่อเหล่านี้กัน

  • ความเชื่อที่ 1 น้ำมันปลาล้างหลอดเลือด มากจนเกินไป จนหลอดเลือดบาง
    ความเชื่อนี้ ดูจะสมเหตุสมผล เพราะการล้างหลอดเลือด ก็อาจจะทำให้หลอดเลือดของเรา บางลงได้ แต่ถ้าเรามองอีกด้านนึง หากหลอดเลือดของเรา ไม่ได้รับการล้างเลย แม้แต่น้อย มันก็แน่นอนว่า หลอดเลือดของเราจะอุดตัน อย่างแน่นอน แล้วก็จะนำมาซึ่ง โรคชุดที่เกี่ยวกับหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูง ซึ่งก็ชัดเจนในตัว กินน้ำมันปลา ก็ดีกว่าไม่กิน

มีคำแนะนำจากแพทย์ ในเรื่องของ วิธีการกินน้ำมันปลา เช่น ให้กินเดือน เว้นเดือน เพื่อให้หลอดเลือดได้รับการล้าง และหลอดเลือดเรา จะได้ไม่บางจนเกินไป เพราะของดีๆ อย่างน้ำมันปลา ถ้าจะไม่กินเลย ก็ดูจะเสียของ

  • ความเชื่อที่ 2 น้ำมันปลามาจาก ปลาทะเลน้ำลึก อาจมีสารตกค้างมาก
    ความเชื่อนี้ ก็ดูจะฟังขึ้น เพราะว่าปลาทะเลน้ำลึกขนาดใหญ่ เช่น ปลาแซลมอน มักจะเป็นสัตว์ ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ซึ่งก็จะกินปลาเล็ก ปลาน้อย ที่อยู่ในทะเล ทำให้อาจจะได้รับสารพิษ จากปลาเล็ก ปลาน้อย การนำน้ำมันปลา มากิน เลยอาจจะได้รับสารพิษ ที่มีอยู่ทั้งทะเลเลยก็ได้ และด้วยความที่ น้ำมันปลาได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก ปลาที่นำมาสกัด ในตอนหลังนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นปลาเลี้ยง ซึ่งอาจจะไม่ดี เท่ากับที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

จริงๆ แล้ววิธีแก้ ค่อนข้างจะง่ายมาก ก็เปลี่ยนไปกิน น้ำมันปลาที่ทำมาจาก ปลาทะเลน้ำลึกที่มีขนาดเล็กแทน เช่น ปลาคอด และปลาแอนโชวี่ ก็จะทำให้เราแก้ปัญหา ในเรื่องของสารพิษ ที่อาจจะได้รับจากน้ำมันปลาได้ และปลาเหล่านี้ ยังคงมีอยู่มากในธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงเพื่อการค้า เพราะส่วนมากแล้ว เอาไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นไม่ได้ จึงมีอยู่เหลือเฟือในธรรมชาติ และอุดมไปด้วยสารอาหาร

  • ความเชื่อที่ 3 แพ้อาหารทะเล เลยไม่กินน้ำมันปลา
    บางคนบอกว่า ตัวเองแพ้อาหารทะเลย ก็เลยตัดสินใจ ไม่กินน้ำมันปลา เพราะกลัวว่า จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ แต่ที่จริงแล้ว คนที่แพ้อาหารทะเลนั้น เกิดจาก โปรตีน ที่อยู่ในอาหารทะเล ไม่ใช่ไขมันจากอาหารทะเล ฉะนั้นน้ำมันปลา ที่มีความบริสุทธิ์ ไม่มีโปรตีน จากปลาเจือปน จึงไม่ทำให้แพ้อย่างแน่นอน สามารถมั่นใจได้

ฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่แพ้อาหารทะเล ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่า จะกินน้ำมันปลาไม่ได้ เพราะว่ากินได้แน่นอน โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

วิธีการเลือกซื้อ น้ำมันปลา ( Fish Oil ) เบื้องต้น

หลังจากที่เราได้รู้แล้วว่า น้ำมันปลามีประโยชน์อย่างไร และทำไมต้องกินน้ำมันปลา ก็จะมาถึงหัวข้อ ในเรื่องของวิธีการเลือกซื้อ Fish Oilอย่างถูกวิธี ดังนี้

1. เลือกน้ำมันปลา ที่สกัดจากปลาทะเลขนาดเล็ก

เพราะปลาขนาดเล็กนั้น เป็นฐานของห่วงโซ่อาหาร และกินแพลงตอนเป็นหลัก ทำให้มีความสะอาด และบริสุทธิ์สูง ไม่ค่อยจะได้รับสารพิษ รวมไปถึงไม่จำเป็นต้องเลี้ยง เพราะอุดมสมบูรณ์ ในธรรมชาติ เช่น ปลาคอด และปลาแอนโชวี่ แต่ปลาทะเลขนาดใหญ่ เช่น ปลาแซลมอน มีไม่พอในธรรมชาติ จึงต้องใช้ปลาเลี้ยง มาสกัด และปลาแซลมอนยังเป็น ปลาทะเลขนาดใหญ่ จึงเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษ จากการอยู่บนสุด ของห่วงโซ่อาหารด้วย

2. อัตราส่วน EPA ต่อ DHA อยู่ที่ 1.5 :1 เท่า

น้ำมันปลาที่คุณภาพดีที่สุด และเหมาะสมต่อร่างกายมากที่สุด ควรจะมีสาร EPA 1.5 ส่วน ต่อสาร DHA 1 ส่วน เพราะจะช่วยให้ ร่างกายดูดซึมได้อย่างเต็มที่ และเกิดประโยชน์กับร่างกายสูงสุด

>>> สนใจอาหารเสริม ดูแลสุขภาพของ Deeyium.com คลิ๊กที่นี่ <<<

Fish Oil ดีต่อสมอง และความจำ

หากคุณเป็นคนนึง ที่เริ่มรู้สึกว่าจะ หลงๆ ลืมๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ หรือมีปัญหาในเรื่องของคลอเรสเตอรอลสูง เราขอแนะนำให้คุณกิน น้ำมันปลา ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ เพราะมันจะช่วยให้อาการที่คุณเจอนั้น หายเป็นปลิดทิ้ง และไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายของคุณ

วิธีการกิน Fish Oil

น้ำมันปลาฺ ที่ดีต่อสมองและความจำ ประกอบด้วยอาหารเสริม 1 ตัว คือ น้ำมันปลาฺ Vital Star ซึ่งมีวิธีการกิน ดังนี้

  • น้ำมันปลาฺ Vital Star: กินก่อนนอน วันละ 2 เม็ด

น้ำมันปลาฺ Vital Star น้ำมันปลาที่ไม่เหมือนใคร

น้ำมันปลาฺ Vital Star เป็นน้ำมันปลาที่แตกต่างจากที่มีขายตามท้องตลาด เป็นอย่างมาก เพราะสกัดจากปลาทะเลน้ำลึกที่มีขนาดเล็ก เช่น ปลาคอด และปลาแอนโชวี่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสะสมในร่างกาย และมีอัตราส่วน EPA ต่อ DPA ที่ 1.5 ต่อ 1 เท่า ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะกับร่างกายมากที่สุด

สนใจซื้อน้ำมันปลา Vital Star

ติดต่อ คุณบิ๊ก

Tel: 0811473528

Line: twut13

Leave a Comment